คำถามยอดนิยม
ไทมไลน์
แชท
มุมมอง
แพทองธาร ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรีไทย จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Remove ads
แพทองธาร ชินวัตร ร.ท.ภ. (เกิด 21 สิงหาคม พ.ศ. 2529) ชื่อเล่น อิ๊งค์[2] เป็นนักธุรกิจและนักการเมืองชาวไทย นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 31 จากการลงมติของสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 26 เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2567 เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอายุน้อยที่สุดในวันที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง[3] นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นับเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่สองที่ดำรงตำแหน่งควบ โดยคนแรกคือ จอมพล แปลก พิบูลสงคราม เมื่อ พ.ศ. 2495[4][5]
ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 แพทองธารถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีระหว่างการพิจารณาคดีการรั่วไหลของบทสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างไทย–กัมพูชา[6] ก่อนมีคำวินิจฉัยถอดถอนเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568 โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ถูกสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 64 พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ แต่ยังคงมีอำนาจเต็มต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ารับหน้าที่
Remove ads
ประวัติ
สรุป
มุมมอง
แพทองธาร เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2529 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 23 และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร มีพี่น้อง 2 คนคือพานทองแท้ ชินวัตร และพินทองทา คุณากรวงศ์ ด้านครอบครัวสมรสกับปิฎก สุขสวัสดิ์ โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีมงคลสมรสของทั้งคู่ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562 ณ โรงแรมโรสวู๊ด เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน[7] มีบุตร 2 คน คือ เด็กหญิงธิธาร สุขสวัสดิ์[8] เกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2564 และเด็กชายพฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ในเดือนเดียวกัน[9]
สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ และโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย โดยในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว เธอได้ไปฝึกงานที่ร้านแมคโดนัลด์ สาขาสยามดิสคัฟเวอรี[10][11] ต่อมาเธอสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีรัฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2551 จากนั้นไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ สาขาวิชา Msc International Hotel Management ที่มหาวิทยาลัยเซอร์รีย์ และในปี 2567 ได้เข้าศึกษาที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร สำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต รุ่นที่ 1 โดยมีเพื่อนร่วมรุ่น เช่น รัดเกล้า สุวรรณคีรี พชร นริพทะพันธุ์ และชัยชนะ เดชเดโช เป็นต้น[12]
แพทองธารเป็นกรรมการมูลนิธิไทยคม และเคยเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ของบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ก่อนโอนหุ้นทั้งหมดให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2567[13] นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการอื่น ๆ เช่น โรงแรมโรสวู๊ด กรุงเทพ[14],เทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่[15] และเดอะ ซิสเตอส์ เนลส์ แอนด์ มอร์[16] เป็นต้น ทั้งนี้ ในปี 2565 เธอถือหุ้นรวมทั้งหมด 21 บริษัท มูลค่าประมาณ 68,000 ล้านบาท[17] นอกจากนี้เธอยังเคยทำธุรกิจ ร้านทำเล็บ The Sisters Nails & More ที่สยามพารากอนร่วมกับพี่สาว[18] ซึ่งปิดตัวลงในปี 2565[19] และเคยทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์[20] เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจโรงแรม บริษัท เรนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด[21][22]
ลำดับสาแหรก
Remove ads
บทบาททางการเมือง
สรุป
มุมมอง
หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย
การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดขอนแก่น สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้ประกาศลาออกในงานนั้น ได้ประกาศเปิดตัวแพทองธารเป็นประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมของพรรค[23]
ในการประชุมของพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2565 เธอได้รับตำแหน่ง "หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย"[24] สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง วิเคราะห์ว่าตำแหน่งดังกล่าวเป็นการทะลายข้อจำกัดในการดำเนินงานของพรรคการเมือง และปูทางให้พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อเธอเป็นผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งถัดไป[25] เธอกล่าวในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคเพื่อไทยเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2565 ระบุว่าหัวหน้าครอบครัวกับหัวหน้าพรรคเป็นคนละตำแหน่งกัน แต่ไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่าเธอจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยหรือไม่[26]
ในช่วงปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าทางพรรคได้มอบหมายให้ ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส. นำนโยบายที่พรรคได้ประกาศเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ปีเดียวกัน มาขึ้นป้ายหาเสียงชุดแรกก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีถัดไป จำนวน 8 รูปแบบ โดยทุกป้ายในชุดดังกล่าวจะมีภาพเธอในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยอยู่ทางมุมขวาล่างของป้ายขนาดปกติ หรือด้านล่างในกรณีป้ายขนาดที่ความกว้างลดลงมาจากป้ายขนาดปกติ[27]
แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2566 เธอกล่าวว่าพร้อมที่จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย อีกทั้งระบุพร้อมจะจับมือกับทุกพรรคหากมีความคิดเรื่องนโยบายตรงกัน, เห็นพ้องในความเป็นประชาธิปไตย และเคารพเสียงของประชาชน แต่ปฏิเสธว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยกับพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แต่อย่างใด[28] จากนั้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์ พรรคเพื่อไทยแต่งตั้งให้ เศรษฐา ทวีสิน เป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย โดยเศรษฐามีหน้าที่ให้คำปรึกษาหรือดำเนินการตามที่แพทองธารมอบหมาย[29] ต่อมาในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน เธอให้สัมภาษณ์กับเดอะสแตนดาร์ด ระบุหากพรรคพลังประชารัฐมีจุดยืนไม่เอารัฐประหารเช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย ก็พร้อมจะพูดคุย แต่ไม่ได้ยืนยันว่าจะรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลกับ พปชร. หรือไม่[30] เดือนถัดมาพรรคเพื่อไทยเสนอเธอในบัญชีรายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมกับเศรษฐาและชัยเกษม นิติสิริ[31][32]
หลังจากมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2566 พรรคเพื่อไทยได้จำนวน ส.ส. เป็นอันดับ 2 รองจากพรรคก้าวไกล เธอกล่าวว่าตนเองก็มีความผิดหวังที่พรรคไม่ได้อันดับ 1 ตามแผน แต่ก็พร้อมทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกล รวมถึงพรรคอื่น ๆ ที่จะจับขั้วร่วมกับทั้งสองพรรคดังกล่าว[33] แต่ต่อมาภายหลังจากที่พรรคเพื่อไทยยกเลิกบันทึกความเข้าใจจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคก้าวไกลแล้ว ในวันที่ 9 สิงหาคม เธอและผู้บริหารพรรคเพื่อไทยได้เดินเท้าจากอาคารโอเอไอที่ทำการพรรค ไปยังอาคารไทยซัมมิทที่อยู่ติดกัน เพื่อร่วมหารือกับแกนนำพรรคก้าวไกลในการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 3[34] ซึ่งวันถัดมามีกระแสข่าวว่าแพทองธารได้แจ้งกับแกนนำพรรคก้าวไกลว่าพรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องนำพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค เข้าร่วมรัฐบาล[35] และส่งผลให้พรรคก้าวไกลมีมติในอีก 6 วันถัดมาว่า ไม่สนับสนุนบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย[36]
การดำรงตำแหน่งในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน
ในวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566 ในการประชุมนัดแรกของคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 63 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้มีข้อสั่งการให้แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ และแต่งตั้งให้แพทองธารเป็นรองประธานกรรมการ[37] ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม เศรษฐาได้แต่งตั้งเธอเพิ่มอีก 2 ตำแหน่ง คือ ประธานกรรมการในคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ[38] และกรรมการในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567[39] และต่อมาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม เศรษฐาได้แต่งตั้งเธอเป็นรองประธานกรรมการในคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติอีกตำแหน่งหนึ่ง[40]
หัวหน้าพรรคเพื่อไทย
หลังจากที่ชลน่าน ศรีแก้ว ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อรับผิดชอบคำพูดของตนหลังจากนำพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้าร่วมรัฐบาลเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566 ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคชุดเดิมสิ้นสุดลงทั้งคณะ[41] ได้มีกระแสข่าวว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยจะสนับสนุนให้แพทองธารเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่[42] ซึ่งในวันที่ 20 ตุลาคม ในงานไทยแลนด์เกมโชว์ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่เธอไปร่วมพิธีเปิดงานในฐานะรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เธอกล่าวว่าพร้อมรับการเสนอชื่อเช่นกัน[43][44] ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พรรคเพื่อไทยได้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และที่ประชุมมีมติเลือกแพทองธารเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่เป็นคนที่ 8 โดยเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว[45][46]
Remove ads
การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
สรุป
มุมมอง
ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถอดถอนเศรษฐา ทวีสิน ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2567 เดิมมีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อชัยเกษม นิติสิริ ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในนามพรรคเพื่อไทยในการลงมติในวันที่ 16 สิงหาคม แต่วันที่ 15 สิงหาคม ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคเพื่อไทยมีความเป็นห่วงในเรื่องปัญหาสุขภาพของชัยเกษม จึงมีมติให้การสนับสนุนเธอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในนามพรรคเพื่อไทยแทน[47] ซึ่งครอบครัวชินวัตรรับฟังความต้องการของ สส. พรรคเพื่อไทย และยินยอมให้พรรคเสนอชื่อแพทองธาร[48] โดยที่ประชุม สส. พรรคเพื่อไทย ได้มอบอำนาจให้คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยออกเป็นมติในการเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี[49] และในเวลาต่อมาคณะกรรมการบริหารพรรคได้มีมติเสนอชื่อเธอ[50] ช่วงเย็นวันเดียวกันแพทองธารพร้อมด้วยแกนนำพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลทั้งหมด 11 พรรคที่เป็นชุดเดิมที่เคยจัดตั้งคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 63 ได้ร่วมกันแถลงข่าวที่อาคารชินวัตร 3 สรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าทุกพรรคมีจุดยืนตรงกันที่จะเสนอชื่อเธอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวันรุ่งขึ้น[51][52]
ต่อมาในวันรุ่งขึ้น (16 สิงหาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 15 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ สรวงศ์ได้เสนอชื่อแพทองธารเป็นบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560[53] และที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เธอดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ด้วยคะแนนเห็นชอบ 319 เสียง ไม่เห็นชอบ 145 เสียง งดออกเสียง 27 เสียง และไม่มาประชุม 2 คน คือ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุงและพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ[54] ทำให้เธอเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 ของประเทศไทยต่อจากยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้เป็นอา เป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ณ วันที่ได้รับตำแหน่ง ด้วยอายุ 37 ปี 11 เดือน 25 วัน[55] อีกทั้งเป็นผู้นำรัฐบาลอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก[56] และนายกรัฐมนตรีหญิงอายุน้อยที่สุดในโลกเป็นอันดับ 3[57] มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในวันเดียวกัน[58][59] และมีพิธีรับพระบรมราชโองการเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ณ อาคารวอยซ์ สเปซ (วอยซ์ทีวีเดิม) ซึ่งพรรคเพื่อไทยใช้เป็นที่ทำการแห่งใหม่ของพรรค[60]
ในวันที่ 3 กันยายน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 64 และแพทองธารได้นำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่รวมจำนวน 35 คน เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ในช่วงเย็นของวันที่ 6 กันยายน
หลังจากนั้นในวันที่ 7 กันยายน แพทองธาร ชินวัตรได้นำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ถ่ายภาพหมู่ ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) เตรียมนำนโยบายรัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา โดยสำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) ในวันนี้ ประเด็นสำคัญคือเพื่อให้ความเห็นชอบคำแถลงนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งแจ้งกำหนดวันที่คณะรัฐมนตรีมีความพร้อม ให้ทางรัฐสภาทราบและนัดวันประชุมรัฐสภาต่อไป
โดยในขณะประชุม แพทองธารได้กล่าวให้คณะรัฐมนตรีทุกท่านน้อมนำพระบรมราโชวาทที่พระราชทาน เป็นกำลังใจและเป็นแนวทางในการทำงานอย่างมุ่งมั่น และสั่งการ ครม. สานต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการกล่าวแสดงความยินดีกับคณะรัฐมนตรีทุกท่านที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และขอให้ทุกท่าน ได้น้อมนำเอาพระบรมราโชวาท ที่ทรงพระราชทานให้พวกเราเป็นกำลังใจและเป็นแนวทางในการทำงานอย่างมุ่งมั่นต่อไป พร้อมกล่าวมอบนโยบายให้กับรัฐมนตรี ดังนี้
- ให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเตรียมการแต่งตั้งข้าราชการระดับปลัด ฯ แทนตำแหน่งที่จะเกษียณและที่อยู่ในตำแหน่งครบอายุ 4 ปี เพื่อจะได้เสนอ ครม. พิจารณาหลังการแถลงนโยบาย
- การแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ขอให้ รมต. เตรียมชี้แจงตอบคำถามในประเด็นนโยบายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งช่วยกันสื่อสารและขยายผลนโยบายในส่วนที่ตนเองเกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้าราชการ และประชาชนเข้าใจในนโยบายของรัฐบาลมากยิ่งขึ้น
- ขอให้ช่วยกันดำเนินการต่อเนื่องจากงานของนาย เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว การดูแลสินค้าเกษตร การดูแลกลุ่มเปราะบาง การแก้ปัญหาน้ำท่วมและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ การเร่งรัดการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนของภาครัฐด้วย
จากนั้นเมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2567 แพทองธารและคณะรัฐมนตรีได้เข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยมี 10 นโยบายเร่งด่วนที่ต้องทำทันทีได้แก่[61]
- การปรับโครงสร้างหนี้ทั้งระบบ
- ส่งเสริมและปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย
- ออกมาตรการลดราคาพลังงานและสาธารณูปโภค
- สร้างรายได้ใหม่ด้วยนำเศรษฐกิจนอกระบบภาษี และเศรษฐกิจใต้ดินเข้าสู่ระบบภาษี
- เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านดิจิทัลวอลเล็ต
- ยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรทันสมัย และเร่งเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และราคาพืชผลการเกษตร
- เร่งส่งเสริมการท่องเที่ยว
- แก้ปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร
- เร่งแก้ปัญหาอาชญากรรม
- ส่งเสริมศักยภาพ และจัดสวัสดิการสังคมให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง สร้างความเท่าเทียมทางโอกาส และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางคนไร้รัฐไร้สัญชาติ กลุ่มชาติพันธุ์
หลังจากเสร็จสิ้นการแถลงนโยบายซึ่งถือว่าเป็นการเข้าบริหารรัฐกิจโดยสมบูรณ์แล้ว ในวันรุ่งขึ้นคือในวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2567 แพทองธารและคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายในทันที เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในภาคเหนืออย่างใกล้ชิด[62]
การควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
ใน วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร เปิดเผยว่าเธอจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ควบคู่ไปกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าการรับตำแหน่งนี้มิใช่เพื่อป้องกันกระบวนการทางกฎหมายหรือคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด แต่เพื่อขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ และส่งเสริมวัฒนธรรมไทยในระดับสากล
จากนั้น เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 แพทองธารเข้าปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการต้อนรับจากผู้บริหารและข้าราชการ พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของซอฟต์พาวเวอร์และวัฒนธรรมไทย ในการสนับสนุนเศรษฐกิจและการสร้างอาชีพ
โดยแพทองธารถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของไทยที่ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ต่อจากจอมพล แปลก พิบูลสงคราม
ถูกถอดถอนจากนายกรัฐมนตรี
ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องกรณีสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 36 คน ขอให้วินิจฉัยถอดถอนแพทองธารออกจากนายกรัฐมนตรีจากการสนทนาทางโทรศัพท์กับฮุน เซน ประธานพฤฒสภากัมพูชา และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งถูกมองว่าเป็นการให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ส่วนตัวเหนือผลประโยชน์ของชาติ และมีมติ 7 ต่อ 2 สั่งให้เธอหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี[63]
ต่มาเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 ให้ถอดถอนแพทองธาร ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่ามีพฤติการณ์ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงจากการสนทนาดังกล่าว โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 64 พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ[64]
Remove ads
ข้อวิจารณ์
สรุป
มุมมอง
ผู้ถือหุ้นสนามกอล์ฟอัลไพน์
สนามกอล์ฟอัลไพน์ ตั้งอยู่ที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เจ้าของเดิมคือเนื่อม ชำนาญชาติศักดา บริจาคให้แก่วัดธรรมิการามวรวิหารใน พ.ศ. 2512 ต่อมาใน พ.ศ. 2533 ที่ดินดังกล่าวซึ่งเป็นที่ธรณีสงฆ์ถูกขายและโอนให้แก่บริษัท อัลไพน์ เรียลเอสเตท จำกัด และบริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ จำกัด ซึ่งมีผู้ถือหุ้นคืออุไรวรรณ เทียนทอง ภริยาของเสนาะ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และชูชีพ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต่อมาใน พ.ศ. 2540 ที่ดินดังกล่าวถูกขายต่อให้แก่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาของทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งกรมที่ดินที่ให้ยกเลิกโฉนดสำหรับที่ดินดังกล่าวเนื่องจากเป็นที่ธรณีสงฆ์ ภายหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีมติใน พ.ศ. 2555 ว่า การกระทำของยงยุทธเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และศาลยุติธรรมชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์พิพากษาจำคุกยงยุทธ 2 ปีใน พ.ศ. 2562[65][66][67] ปัจจุบันบริษัททั้งสองมีผู้ถือหุ้นคือคุณหญิงพจมานและบุตรทั้งสามซึ่งรวมถึงแพทองธารด้วย[68][69][70]
การสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2547 แพทองธารได้สอบเข้าระดับอุดมศึกษา (เอนทรานซ์) ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า เธอสามารถเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยได้โดยมีเกรดเฉลี่ยสะสมระดับมัธยมศึกษาตอนปลายต่ำกว่า 2.75[71][72] อีกทั้งยังมีคะแนนสอบในครั้งที่สองสูงกว่าครั้งที่หนึ่งเป็นอย่างมาก[73] สามเดือนต่อมา อดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น ออกแถลงการณ์ระบุไม่พบหลักฐานชี้ชัดว่าข้อสอบเอนทรานซ์รั่ว แต่ให้ภาคฑัณท์และตักเตือนแก่ศาสตราจารย์ ร้อยตำรวจเอก ดร.วรเดช จันทรศร เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และศศิธร อหิงสโก ผู้อำนวยการสำนักทดสอบกลาง กรณีเปิดซองข้อสอบ[74][75][76] ต่อมาวรเดชลาออกราชการ หลังจากกระทรวงศึกษาธิการเรียกไปรับทราบผลสอบสวน[77] ในเดือนสิงหาคมปีถัดมาวรเดชได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี[78]
การรั่วไหลของบทสนทนาทางโทรศัพท์
ในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2568 แพทองธาร ชินวัตร ได้ติดต่อเฆลียง ฮวต รองผู้ว่าราชการกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ให้เป็นล่ามในการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการทางโทรศัพท์กับฮุน เซน ประธานพฤฒสภากัมพูชา และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยไม่ทราบว่าการสนทนานั้นได้ถูกแอบอัดเสียงเอาไว้ในโทรศัพท์มือถือของฮุน เซน การสนทนาดังกล่าวถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในวันที่ 18 มิถุนายน ภายหลังเหตุการณ์เปิดเผยคลิปเสียง ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปรับลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญถึงสามวันติดต่อกัน (ลดลง -4.17%)[79] นอกจากนี้ ยังส่งผลให้เกิดวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2568 โดยพรรคภูมิใจไทยประกาศถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในคืนวันเดียวกัน ส่งผลให้เสถียรภาพของรัฐบาลลดลงอย่างมาก
ศาสตราจารย์ ดร. ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ประเทศ กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ โดยวิจารณ์ว่า นายกรัฐมนตรีไทยได้ "ยอมศิโรราบ"[ต้องการอ้างอิง] ต่ออดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในขณะที่ท่าทีของคนไทยแสดงความกังวลเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวของตระกูลชินวัตรกับตระกูลฮุน[80] เนื่องจากความสัมพันธ์ของสองตระกูลเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของประเทศไทยและประเทศกัมพูชาอย่างชัดเจน ภายหลังการได้รับฟังคลิปเสียงที่นายกรัฐมนตรียอมรับว่าเป็นการพูดคุยกันจริงผ่านโทรศัพท์ส่วนตัวในเวลานอกราชการ คนไทยจำนวนมากแสดงความคิดเห็นในเชิงตั้งคำถามว่าการที่นายกรัฐมนตรีไทยยอมรับกับฮุน เซน ว่ารัฐบาลไทยและคณะรัฐมนตรีไทยมีปัญหากับกองทัพบกไทย จะมีผลที่ตามมาหรือไม่ (อย่างน้อยที่สุดนายกรัฐมนตรีไทยมีความเห็นว่า พลโท บุญสิน พาดกลาง เป็นฝ่ายตรงข้ามจากเนื้อหาของคลิปเสียงและดังนั้นคำว่า "คนของฝ่ายตรงข้ามหมดเลย"[81] ของนายกรัฐมนตรีไทยในคลิปเสียงน่าจะหมายถึงกองทัพบกไทย) แม้ว่าแพทองธาร ชินวัตรจะขอโทษ พลโท บุญสิน พาดกลาง อย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม
Remove ads
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
แพทองธาร ชินวัตร ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในประเทศ ดังนี้
- พ.ศ. 2548 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นที่ 6 เหรียญทองดิเรกคุณาภรณ์ (ร.ท.ภ.)[82]
หมายเหตุ
- แพทองธาร ชินวัตร ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ตามมติของศาลรัฐธรรมนูญ และคณะรัฐมนตรีมีมติให้สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการแทน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นภูมิธรรม เวชยชัย ในวันที่ 3 กรกฎาคม จนกระทั่งพ้นจากตำแหน่งตามมติของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 29 สิงหาคม และคำวินิจฉัยถอดถอนมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่
อ้างอิง
แหล่งข้อมูลอื่น
Wikiwand - on
Seamless Wikipedia browsing. On steroids.
Remove ads